เรื่องราวของเรา

...

       บริษัท บัณฑิตวัฒนาภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด มาจากครอบครัว ชาวจีนโพ้นทะเล บิดามารดา  มาอาศัยอยู่ในที่ดินของท่านขุนนางเก่าที่ใจดี ท่านหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ ถนนรังสิต-นครนายก เชิงสะพานคลองสาม สมัยนั้นถนนยังเป็นลูกรัง เต็มไปด้วยท้องนาเขียวขจี และลำคลองน้อยใหญ่จำนวนมาก การคมนาคม ส่วนใหญ่ใช้สัญจรทางนํ้า จึงประกอบอาชีพ รับซื้อพืชผลทางการเกษตรเป็นหลัก กิจการก้าวหน้าเป็นอย่างดี ต่อมาพื้นทีการเกษตร ลดลง และแทนที่ด้วยหมู่บ้านสรรจัด จึงเลิกอาชีพดั้งเดิม หันมาเปิดร้านโชว์ห่วย ขายของเล็กๆน้อยๆ อยู่หลายปีจึงนํารถบรรทุกเก่า ที่มีอยู่2คัน เป็นรถ6ล้อหนึ่งคัน และ10ล้อ หัวยาวๆ อีกหนึ่งคัน นำมาปรับปรุง ซ่อมแซม และเปิดเป็นร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งสมัยนั้น ไม่ซับซ้อน บริหารจัดการเองหมด ทุกอย่าง เอารถสิบล้อ ไปเอาหิน และปูนซีเมนต์ที่สระบุรี ไปเอาทรายที่กำแพงแสน ทุกอย่างล้วนใช้แรงงานทั้งสิ้น ต้องเปิดกระบะโกยวัสดุหรือแบกลง บางครั้งต้องนอนรอรับปูนเป็นเวลาหลายวัน บางครั้งรถเสียตอนคํ่าคืน ต้องนอนค้างอดข้าว แต่ก็ได้เรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์ให้กับตนเอง สำหรับธุรกิจที่คนทุนน้อยในวันนั้นได้รับ

 

...

             การเป็นร้านเล็กๆ ขอเป็นตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเอง ก็ไม่มีตัวแทนใดให้ ต้องสร้างภาพลักษณ์ตัวเองก่อน ด้วยการลงทุนซื้อที่ดินแปลงที่เปิดร้านอยู่ ขยายร้าน เพิ่มสินค้า เพิ่ม ระบบการจัดส่งให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น พร้อมกับลดต้นทุนด้วยการประกอบรถบรรทุกใช้เอง เลือกรุ่นรถที่ตรงกับบ้านเราใช้ สามารถหาอะไหล่ได้ง่าย ใช้งานมาไม่มาก ประกอบใหม่ๆ ก็จะเป็นรถหกล้อ ทั้งเทท้าย พื้นเรียบ หรือติดตั้งเครนเครื่องมือทุนแรงเป็นต้น ร้านคู่แข่งเริ่มใช้รถหัวลากจากยุโรป กำลังเฉียดๆ400แรงม้า ราคาเกือบห้าล้านบาท มาวิ่งปูนเที่ยวละห้าสิบตัน แล้วเราละจะเอาอะไรไปสู้กับเขา ก็เอาประสบการณ์ในอดีตไงละไปสู้กับเขา เอาซามูไร หัวยาว สายเลือดญี่ปุ่น ราคาเหลือไม่เกินห้าหมื่นบาท 190แรงม้า ของเก่าเรา ที่บรรทุกปูนได้เทียวละ15ตัน  ไปอู่แถวชลบุรี ดัดแปลงเอากระบะไม้ออก ใส่แป้นแทนไว้ลากหางรถเทรเลอร์ พร้อมต่อหางรถเทรเลอร์ ให้ในราคาเงินผ่อนสามแสนเจ็ดหมื่นบาท ผ่อน 3 เดือน ขับเองอยู่5เที่ยวๆละ50ตัน เหมือนร้านคู่แข่ง รถหัวลาก+หางเทรเลอร์ ยาวเกือบ18เมตร เดินหน้าห้วพ้นท้ายตก ถอยหลัง ถอยซ้ายดันไปขวา ถอยขวาดันไปซ้าย วิ่งอยู่5วันๆละเที่ยวๆละ50ตันรวมเป็น250ตันหากวิ่งหนึ่งเดือนจะได้1500ตัน สนุกดีและเราก็ทำได้ หัดเด็กขึ้นไปขับแทน เราอยู่ร้านประกอบรถยกโฟล์กลีฟไว้ตักปูนแทนคนแบก สามเดือนผ่านไป ผ่อนหมด ออกใหม่อีกคัน ผ่อนเหมือนเดิม คราวนี้ห้วลากคันเดียว ลากหางเทรเลอร์ได้2คัน สลับหนัก-เบาได้ วิ่งวันละ2เที่ยว หรืออย่างน้อย2วัน3เที่ยว ยิ่งวิ่งมาก ต้นทุนก็ถูกลง ก็ยิ่งขายดี ต่อมาก็เลยต้องประกอบรถพ่วง รถเทรเลอร์อีกหลายคันตามมา คราวนี้ใครๆก็มาแต่งตั้งให้เราเป็นตัวแทนจำหน่ายให้ ต้นทุนก็ยิ่งถูกเข้าไปอีก ลูกค้าก็มากขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจจดทะเบียน เป็นในรูปแบบบริษัท ต่อมา ปี 2554 เกิดนํ้าท้วมใหญ่ สูงถึง1.20เมตร วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเสียหายเกือบหมด รถนํ้าท้วมมิดหลังคา เสียหายเกือบ40คัน แต่เราก็ไม่เสียขวัญ และมีกำลังใจสู้เสมอ

หลังนํ้าลด ก็เริ่มมาบูรณะร้านใหม่อีกครั้ง ซ่อมแซมรถบรรทุกคันที่เสียหายน้อยที่สุดให้ใช้งานได้ก่อน และเปิดร้านจำหน่ายได้ตามปกติในเวลาต่อมา    ประกอบกับทั้งก่อนและหลังนํ้าท่วม ทางร้านยังขายสินค้าทุกอย่างในราคาปกติ ไม่มีการขึ้นราคาหรือฉวยโอกาสแต่ประการใด ลูกค้ากลับมาอุดหนุนมากกว่าเดิม ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างจริงจังของผู้บริหาร คือคุณบัณฑิต ศรีมงคลปทุม ได้ตัดสินใจก่อสร้างร้านขึ้นมาใหม่ รูปแบบทันสมัยมากขึ้น สูงถึง3ชั้น พื้นที่หลายพันตารางเมตร จัดหาอุปกรณ์ก่อสร้างเอง โดยให้ผู้รับเหมาเฉพาะค่าแรง วิธีนี้ทำให้ได้วัสดุตรงแบบและแข็งแรงทนทาน การได้ควบคุมงานเอง ได้เรียนรู้แหล่งวัสดุจากหลากหลายที่มา และประหยัดเวลา และราคาค่าก่อสร้างไปได้นับหลายล้านบาท เมื่อร้านเสร็จสมบูรณ์แบบ ได้เพิ่มแผนกปูนผสมเสร็จ ด้วยการลงทุนก่อสร้างแพลนปูน พรัอมกับประกอบรถโม่ผสมปูนทั้ง6ล้อและ10ล้อ ไว้รองรับลูกค้า อีกทั้งเพิ่มเติมแผนก กระจก อลูมิเนียม พร้อมทั้งอะไหล่รถยนต์ เพื่อให้ที่เดียวครบจบทุกเรื่องช่าง และเรากำลังจะก้าวข้ามเข้าสู่ตลาดออนไลน์ในเร็วๆนี้ โปรดติดตามต่อไป และในวาระนี้ ขอขอบคุณแผ่นดินนี้ ขอขอบคุณท่านเจ้าของที่ที่ใจดี ลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ คู่ค้า และพนักงานของร้านทุกคน ขอขอบคุณความไม่มีอะไรในอดีต ที่ทำให้เรามีวันนี้